จากผลงานอันโดดเด่นตั้งแต่นัดแรกของ ในการแข่งขัน  2018 ทำให้สื่อท้องถิ่นเวียดนามได้ออกมาวิเคราะห์ว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ “อดิศักดิ์ ไกรษร” สามารถทำประตูได้เยอะขนาดนี้

แม้จะไร้ 4 นักเตะซุปเปอร์สตาร์ แต่ก็คงต้องถือว่าเป็นทีมที่ยาก หากใครต้องการจะโค่นล้มพวกเค้า

4 จตุรเทพ ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

4 ประตูที่ทำได้ในเกมที่พบกับทีมชาติ มาจากการทำประตูหลากหลายรูปแบบ ทั้งเตะมุม ยิงไกล ประตูที่มาจากการสร้างโอกาสของ พรรษา เหมวิบูลย์ ที่แสดงให้เราเห็นถึงความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ และไปถึงเกมสวนกลับที่น่ากลัว

การที่ขาดนักเตะชุดที่ดีที่สุด ในการป้องกันแชมป์ 3 สมัยซ้อน ทำให้ทีมชาติไทยต้องเล่นอย่างรอบครอบ และในความรอบครอบ รัดกุม ทำให้เกิดความสับสนและทำให้ทีมชาติไทยแตกต่างออกไปจากเดิมในความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม

ทีมชาติไทยชุด AFF SUZUKI CUP 2018 ฺเปรียบเสมือนนักเตะ ยุโรป เพราะด้วยความสูงกว่า 180 เซนติเมตร พวกเขาจะเล่นบอลด้วยวิธีการง่ายๆ แต่อันตรายไปด้วยวิธีการทำประตู

ทีมชาติไทยชุด “” ด้วยการเล่นที่หลากหลาย

คราวก่อน AFF SUZUKI CUP ทีมชาติไทยมี ชนาธิป คอยเก็บบอลและผสมผสานการจ่ายลูกสั้นและยาว เพื่อส่งบอลจากแดนกลางไปยังจุดที่ต้องการด้วยความแม่นยำ

มาคราวนี้ ทีมชาติ มาแบบฟุตบอลสไตล์ยุโรป เก็บบอลไว้กับตัวน้อย เคลื่อนที่ให้มาก ใช้จังหวะน้อยครั้ง ในทีมจะไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าใคร ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบวิธีการเล่นโดย “โค้ช มิโลวาน ราเยวัช” ที่สร้างรูปแบบการเล่นแบบใหม่ให้ทีมชาติไทย และยิ่งทำให้ทีมชาติไทยอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม

“โค้ช มิโลวาน ราเยวัช” และ AK9 “อดิศักดิ์ ไกรษร”

แม้แต่ “AK9” ที่ทำได้ 7 ประตู ใน 2 เกม จริงๆแล้วก็ไม่ได้เล่นโดดเด่นไปกว่าเพื่อนร่วมทีม เขาเพียงแค่อยู่ใกล้ประตูฝั่งตรงข้าม และอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าคนอื่น รวมไปถึงผู้รักษาประตูก็ไม่ได้โดดเด่น แต่การที่เค้าไม่เสียประตูเพราะเพื่อนร่วมทีมช่วย “เก็บกวาด” หน้าบ้านได้เป็นอย่างดี

ในแมทช์ที่ อินโดนีเซีย พบกับ ทีมชาติไทย ถือว่าเป็นการแข่งขันที่ ยอดเยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่เปิดการแข่งขัน AFF SUZUKI CUP 2018 เพราะทั้งสองทีมเต่างเป็นทีมที่แข็งแกร่งทั้งคู่ เกมเมื่อคืนวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 มันจึงเป็นเกมที่ต้องใส่กันให้หมด แต่แล้วก็เสร็จทีมชาติไทย อินโดนีเซียเป็นฝ่ายที่ “หมดไฟ” ไปก่อน อินโดนีเซียแพ้ทั้งในเรื่องของความเร็ว การปะทะต่อต่อตัว และการประสานงานกันในทีม

เส้นทาง AFF SUZUKI CUP 2018 ของทีมชาติไทยยังคงสดใส ด้วยรูปแบบการเล่นที่หลากลาย เล่นอย่างใจเย็น แต่ในขณะเดียวกันก็มีเกมสวนกลับที่รวดเร็ว อันตราย และสมบูรณ์แบบ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลคือส่วนผสมที่ลงตัวของโค้ช มิโลวาน ราเยวัช ซึ่งบอกได้เลยว่าพวกเค้าไม่น่าพลาดเข้าชิง AFF SUZUKI CUP 2018 แน่ๆ

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การที่ ไทยชนะอินโดนีเซีย 4-2 เมื่อคืน วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเซอร์ไพรซ์เท่าไรนัก เพราะทีมชาติไทยคือทีมที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์เรื่องการสร้างความประหลาดใจอยู่แล้ว

สำหรับโปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะบุกไปเยือน ทีมชาติ ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 นัดที่ 3 ของกลุ่มบี วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ที่สนามปานาอัด สเตเดียม เวลา 18.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD