การแข่งขัน 2018 เปิดฉากมาได้ครบรอบสัปดาห์ การแช่งขันชิงแชมป์อาเซียนรอบแบ่งกลุ่มปีนี้ มีประเด็นต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันของกลุ่มบี ที่ 4 ใน 5 ทีม มี 3 คะแนนเท่ากัน ต่างกันเพียงแค่ผลต่างประตู และจำนวนครั้งที่ลงแข่งขันเท่านั้น

สำนักข่าวท้องถิ่นเวียดนามจึงได้ออกมาวิเคราะห์และมองถึงความเป็นไปได้ของสถาณการณ์ในกลุ่มบี ซึ่งเมื่อประเมินถึงองค์ประกอบต่างๆ ทำให้สื่อดังรายนี้ มองว่า ต่อให้เป็นทีมใหญ่อย่าง ก็ยังมีสิทธิ์ตกรอบ

โค้ช และ ผู้ทำ 6 ประตู ในเกมที่ไทยชนะ 7-0 ประตู

ทีมชาติไทยเปิดการแข่งขันด้วยการชนะ 7-0 ในการแข่งขันนัดแรก เก็บ 3 คะแนนเต็ม แต่เพื่อที่จะป้องกันแชมป์ การมี 3 คะแนน ในนัดแรก ก็ไม่อาจจะการันตีอะไรได้ เพราะสถาณการณ์ของกลุ่มบี ถือว่ามีความสุ่มเสี่ยงและไม่อาจจะคาดเดาอะไรได้

การแข่งขัน ฟุตบอลชายชิงแชมป์อาเซียน หรือ AFF SUZUKI CUP เป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ เหนือความคาดหมาย และเต็มไปด้วยเรื่องราวดราม่า การแข่งขันในกลุ่มบี เป็นอะไรที่ไม่สามารถเดาได้เลย เมื่อ ติมอร์ เลสเต้ คือทีมอ่อนที่สุด ในขณะที่ ไทย และ มี 3 คะแนนเท่ากัน

ไทย และ ฟิลิปปินส์ จะได้เปรียบอยู่เล็กน้อย จากจำนวนเกมการแข่งขันที่น้อยกว่า ในขณะที่ อินโดนีเซีย แพ้ สิงคโปร์ ส่วนสิงคโปร์ ก็ไปแพ้ให้ ฟิลิปปินส์ และ ติมอร์ เลสเต้ แพ้ให้ ไทย และ อินโดนีเซีย ส่งผลให้ทุก 3 คะแนนที่เกิดขึ้นจะสร้างจุดเปลี่ยนให้กับกลุ่มบีอย่างมาก

ไทย ขึ้นเป็นจ่าฝูงชั่วคราว เพราะมีผลต่างประตู +7 ในการแข่งขันนัดที่ 2 ของทีมชาติไทย จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อินโดนีเซีย ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ตามทฤษฎีแล้ว ไทย อยู่ในจุดที่ได้เปรียบพอสมควร และน่าจะเก็บชัยชนะเพิ่มอีกนัด แต่ทางอินโดนีเซียก็คงไม่ยอมง่ายๆ และคาดว่าคงตั้งรับอย่างสุดกำลัง

อินโดนีเซียทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังจากการแพ้ให้กับสิงคโปร์ 0-1 และการกลับมาเก็บชัยชนะในนัดที่ 2 กับ ติมอร์ เลสเต้ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาช่วยให้ ทีมชาติอินโดนีเซีย กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง และความหวังหนึ่งเดียวของอินโดนีเซียที่มีอยู่ตอนนี้ก็คือ “อัลแบร์โต้ กอนซัลเวส” กองหน้าทีมชาติอินโดนีเซีย ชาวบราซิล วัย 37 ปีที่เพิ่งโอนสัญชาติมาได้ไม่นาน

“อัลแบร์โต้ กอนซัลเวส” กองหน้าทีมชาติอินโดนีเซีย ชาวบราซิล วัย 37 ปี

หลังจากแข่งกับอินโดนีเซีย 4 วัน ทีมชาติไทยจะต้องเจอกับ ฟิลิปปินส์ ที่ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากสุดของไทย ทีมชาติฟิลิปปินส์ ที่นำโดย สเวน โกรัน อิริคสัน บวกด้วยระบบทีมลูกครึ่ง ทำให้ทีมชาติฟิลิปปินส์กลายเป็นทีมสุดอันตราย ซึ่งสิงคโปร์ รู้ดีกว่าใคร(ฟิลิปปินส์ ชนะ สิงคโปร์ 1-0 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2561) ฟิลิปปินส์มีวิธีการเล่นที่ทันสมัย เล่นอย่างรัดกุม พวกเค้าจะไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้มีโอกาสใดๆ และรอลงโทษจากความผิดพลาดของศัตรู

จึงอาจจะพูดได้ว่า ฟิลิปปินส์นี่แหละ คือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับ ทีมชาติไทย ในการแข่งขัน AFF SUZUKI CUP 2018 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี ด้วยการมี นีล เอเธอริดจ์ ผู้รักษาประตูจาก สโมสรฟุตบอล คาร์ดิฟฟ์ ซิตี กัปตันทีม ฟิล ยังฮัสแบนด์ และนักเตะชาวยุโรปอีกหลายคน ด้วยองค์ประกอบเท่านี้ บวกกับ สเวน โกรัน อิริคสัน โค้ชผู้มากประสบการณ์ ก็เพียงพอที่จะทำให้ฟิลิปปินส์เก็บชัยชนะในบ้านได้

นีล เอเธอริดจ์ ผู้รักษาประตูจากสโมสรคาร์ดิฟฟ์ซิตี

การแข่งขันนัดที่ 3 ของ ฟิลิปปินส์ จะพบกับ ติมอร์ เลสเต้(17 พฤศจิกายน 2561) ซึ่งก็น่าจะชนะ และถ้าในนัดที่ 4 ของฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์ สามารถเอาชนะ ทีมชาติไทยได้(21พฤศจิกายน 2561) สเวน โกรัน อิริคสัน และลูกทีมจะขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ด้วยการมี 9 คะแนน ในขณะที่ไทย ไม่น่าจะมีคะแนนเกิน 6 คะแนน(ในกรณีที่ชนะ อินโดนีเซียและเก็บ 3 คะแนน)

คู่แข่งรายสุดท้ายของทีมชาติไทยคือ สิงคโปร์ ซึ่งจะแข่งนัดที่ 3 กับ ติมอร์ เลสเต้ และน่าจะเก็บ 3 คะแนนเต็ม นั่นจะทำให้ สิงคโปร์ มี 6 คะแนนเท่ากับไทย ซึ่งเป็นไปได้ว่า การพบกันของทั้งคู่ ที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 จะเป็น “แมทช์ชี้ชะตา” ของทั้งสองทีม ว่าใครจะอยู่ ใครจะตกรอบ และคงไม่มีใครกล้าพอที่จะการันนตีได้ว่า ทีมชาติไทยจะเอาชนะสิงคโปร์และผ่านเข้ารอบได้

นัดต่อไปของทีมชาติไทย จะแข่งวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในรายการชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 ของทีมชาติไทย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 18.30 น. บัตรมีจำหน่ายที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ bit.ly/AFFTHA ถ่ายทอดสดทาง ช่อง 7 HD