“ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” คีย์แมนคนสำคัญ และตัวตายตัวแทน

แม้ว่าไทยจะขาดกำลังหลักหลายคน แต่ไทยก็ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แม้ขาด  พวกเค้าก็ยังมี ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ผู้รักษาประตูจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้พาทีมคว้าแชมป์ ไทยลีก ปีล่าสุด ด้วยการเสียไปเพียง 25 ประตูเท่านั้น

“ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน”

ถัดมาที่ กรกช วิริยอุดมศิริ จาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะเข้ามาแทน  ในตำแหน่งวิงแบ็ก และแน่นอนว่าเค้าคือผู้เล่นที่อันตรายเมื่อลูกบอลอยู่กับเค้า

“กรกช วิริยอุดมศิริ”

ในแนวหน้า การขาด  ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปเพราะเค้ามี  จาก ผู้ทำไปแล้ว 8 ประตู จากการลงเล่น 27 ให้กับทีมชาติ ตามมาด้วย ชนานันท์ ป้อมบุปผา กองหน้าไทยที่ยังแฝงไปด้วยอันตรายอยู่เสมอ

“อดิศักดิ์ ไกรษร”

ในขณะที่แดนกลางมีคีย์แมนอย่าง “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” ที่ไม่ได้มาแทนที่ตำแหน่งกองกลางของ  เท่านั้น เพราะคาดการณ์ว่าเค้าจะถูกเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของ  2018 ในปีนี้แทนที่ 

“ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์”

แม้ต้นสังกัดอย่าง บางกอกกล๊าส จะผลงานไม่ดีนัก แต่ “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” เป็นที่รู้จักกันว่า เค้าคือกองกลางแบบไดนามิก ผู้ซึ่งหาตำแหน่งที่ดีที่สุดในการทำประตูได้ รวมไปถึงการสร้างโอกาสเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมได้ทำประตู และจนถึงขณะนี้ เค้าทำประตูในนามทีมชาติไปแล้วกว่า 5 ประตู

ทีมชาติชุด ราเยวัช ที่มาจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยลีก ถึง 5 คน

มันเป็นแนวคิดที่ดีเลยนะ ที่เอาผู้เล่นที่มาจากทีมแชมป์ของลีก ซึ่งทางอินโดนีเซียทำไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นแชมป์ เพราะลีกอินโดนีเซียที่ยังแข่งกันไม่เสร็จสิ้น ต่างกับไทย ที่เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

ชิงแชมป์อาเซียน ไปสู่ ชิงแชมป์เอเชีย

มีสองเรื่องที่อยากพูดถึง เรื่องแรก เปรียบดั่ง คิง ออฟ อาเซียน พวกเค้าไม่น่าพลาดแชมป์อยู่แล้ว และคงได้มาอย่างไม่ยากเย็นด้วย ส่วนเรื่องที่สอง

จะเป็นข้อสงสัยว่า การขาดนัดเตะตัวหลัก ที่จะใช้ในการแข่งขัน ชิงแชมป์เอเชีย หรือ เอเชียนคัพ 2019 พวกเค้าจำเป็นต้อง จริงจังแค่ไหนสำหรับถ้วยระดับอาเซียน?

เพราะแม้ไม่มี  ,  และ พวกเค้าก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่ดี เพราะตอนนี้ ทีมชาติไทยคงไปโฟกัสที่ เอเชียนคัพ 2019 เป็นหลัก เพราะเป็นรายการที่มีความสำคัญมากกว่า AFF SUZUKI CUP

ในขณะที่ไทยตั้งเป้าไปที่ อินเดีย,  และบาเรนห์ เพื่อนร่วมกลุ่ม เอเชียนคัพ 2019 ส่วนเราอินโดนีเซียหวังเพียงแค่ผลการแข่งขันที่ดีใน AFF SUZUKI CUP แค่นี้ก็น่าจะบ่งบอกได้ว่าฟุตบอลอินโดนีเซียนั้นห่างชั้น และล้าหลังทีมชาติไทยมากแค่ไหน

เรื่องที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด ณ ขณะนี้

ที่มา – panditfootball