หลังจากผ่านการแข่งขัน AFF ZUSUKI CUP 2018 นัดแรกของทีมชาติ โดยสามารถเอาชนะทีมชาติ  ไปด้วยสกอร์ 7-0 ในนัดแรก ด้วยผลงานดังกล่าว ทำให้สื่อท้องถิ่นเวียดนามก็ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทย โดยวิเคราะห์อย่างน่าสนใจว่า

“ทีมชาติไทยฝังติมอร์ เลสเต้ : ราชาผู้เต็มไปด้วยความน่ากลัว”

ทีมชาติไทยลงเล่นในแมทช์เปิดการแข่งขัน ด้วยการเอาชนะคู่แข่ง ถึง 7-0 พวกเขาแสดงให้เห็นว่าพวกเค้าแข็งแกร่งต่อศัตรูทั้งในสนาม และทุกชาติในภูมิภาคนี้

ก่อนการแข่งขัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนของ ติมอร์ เลสเต้ บอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะป้องกันเกมบุกของทีมชาติไทย แต่ก็คิดว่าน่าจะสู้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นเคราะห์ร้าย ของ ติมอร์ เลสเต้ ที่ต้องมาเจอกับไทย ในการแข่งขันนัดแรก

และเมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ความคิดของโค้ช ติมอร์ เลสเต้ นั้นผิดอย่างมหันต์ ที่คิดว่าทีมของตนจะต้านทานทีมชาติไทยได้ เพราะเริ่มการแข่งขันเพียง 3 นาที ติมอร์ เลสเต้ ก็เสียประตูแรก ของทัวร์นาเม้นต์นี้เสียแล้ว และเมื่อจบการแข่งขัน ทีมชาติไทยถล่มประตู ติมอร์ เลสเต้ ราวกับสายฝน จบการแข่งขันที่ไทย เอาชนะไป 7-0 ประตู

ความพ่ายแพ้ของ  ติมอร์ เลสเต้ นั้นพอเข้าใจได้ เพราะไม่ต่างอะไรกับเวลาที่ สปป.ลาว เจอกับ เวียดนาม ที่มักจะรู้ดีว่า จะเอาชนะอย่างไร จะทำประตูอย่างไร และต้องทำอย่างไรถึงทำประตูได้เยอะๆ

หลังจากเสียประตู นักเตะ ติมอร์ เลสเต้ ก็ยังไม่เสียความมั่นใจ ยังคงพยายามทำเกมบุกใส่ทีมชาติไทย เหมือนอย่างที่โค้ช “Norio Tsukitate” ชาวญี่ปุ่น ได้กล่าวไว้ก่อนการแข่งขัน ว่านักเตะติมอร์ที่ลงเล่น ต้องเล่นให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของทีมชาติ ติมอร์ เลสเต้ ที่ลงแข่งขันในรายการนี้

ทีมชาติไทยครองเกมทั้งหมด ไม่นานนักเค้าก็ได้ประตูที่ สอง และ สาม จนกระทั่งประตูสุดท้าย ทีมชาติไทย ยืนรับแน่นในแดนตัวเอง ยิ่งทำให้  ติมอร์ เลสเต้ เล่นยากขึ้นไปอีก ด้วยจำนวนประตูที่ห่างออกไปเรื่อยๆ

วิธีการเล่นของทีมชาติไทยทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า เอาทีมผู้ใหญ่ ไปเล่นกับทีมเด็ก ทุกครั้งที่ครองบอล ทีมชาติไทยมีโอกาสทำประตูเสมอ บางประตูเหมือนไม่ได้ตั้งใจยิงด้วยซ้ำ นอกจากจะถล่มประตูใส่  ติมอร์ เลสเต้ รูปเกมโดยรวมของไทยก็ถือว่าทำได้อย่างน่าประทับใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โค้ช มิโลวาน ราเยวัช ชาวเซอร์เบีย ที่มีรายละเอียด ลูกเล่น แพรวพราว เค้าเคยพา กาน่า ไปรอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 และอาจจะไปถึงรอบรองชนะเลิศด้วยซ้ำ หากไม่ไปเจอ หลุยส์ ซัวเรส และอุรุกวัยปาดหน้าเข้ารอบแทน

การเล่นสไตล์ยุโรปโดย โค้ช มิโลวาน ราเยวัช ถูกนำมาใช้กับนักเตะไทย แม้ว่าทีม  ติมอร์ เลสเต้ จะค่อนข้างอ่อน ทีมชาติไทยก็ไม่ลดระดับการเล่นลงเลย ยังคงเล่นอย่างรัดกุม และรักษาระยะห่างของ ระดับการเล่นเอาไว้ มีรูปแบบการเล่นที่ไหลลื่น ผสมกลมกลืนไปด้วยกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมรุก หรือเกมรับ ทีมชาติไทยก็ไปด้วยกันทั้งหมดแบบไร้จุดอ่อน

นับถือความกล้าของ  ติมอร์ เลสเต้ ที่คิดจะเอาชนะไทย เพราะมันผิดตั้งแต่ กลยุทธ ไปจนถึงแทคติก ที่เลือกใช้ และด้วยวิธีการแบบนี้ ทำให้พวกเค้าตอนที่แข่งกับ สปป.ลาว ก็แพ้ เพราะเค้าไม่รู้การผ่อนหนัก ผ่อนเบา และไม่รู้ว่าคู่แข่งอยู่ในระดับไหน ซึ่งทุกชาติรู้ดีว่า ทีมชาติไทย ยิ่งใหญ่ และแข็งแกร่ง แต่พวกเขาเลือกดันสูง ทำเกมรุกใส่ และผลก็ออกมาอย่างที่เห็น

ทีมชาติถือว่าเป็นแชมป์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของการแข่งขัน AFF ZUSUKI CUP พวกเค้าตั้งเป้าจะไปฟุตบอลโลกให้ได้ภายในปี 2026 ด้วยการส่งเด็กไทยไปฝึกซ้อมกับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรในพรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ

ด้วยเหตุผลนี้ ทีมชาติไทย คงไม่คิดว่าการแข่งขันรายการนี้มีความสำคัญมากนัก เพราะไทยไม่ได้ส่งทีมที่ดีที่สุดมาแข่งขันในรายการนี้ แต่ด้วยผู้เล่นที่มีของไทยในขณะนี้ ก็ทำให้พวกเราเห็นว่า พวกเค้าคือต้นแบบของฟุตบอลในอาเซียนตัวจริง

และหน้าที่ของเวียดนามก็คือ ต้องก้าวตามให้ทัน และบรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ให้ได้ ด้วยการเอาชนะทีมชาติไทย และคว้าแชมป์ที่เราไม่เคยสัมผัสมานานกว่า 10 ปี มาให้จงได้

สำหรับโปรแกรมต่อไป ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 นัดที่สอง ของกลุ่มบี วันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 18.30 น. บัตรมีจำหน่ายที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ bit.ly/AFFTHA ถ่ายทอดสดทาง ช่อง 7 HD

เรื่องที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด ณ ขณะนี้

ที่มา – baodatviet