หลังจากผ่านการแข่งขัน AFF ZUSUKI CUP 2018 นัดแรกของทีมชาติ โดยสามารถเอาชนะทีมชาติ  7-0 เก็บ 3 คะแนนเต็มในนัดแรก สื่อท้องถิ่นเวียดนามก็ได้ออกมาวิเคราะห์แนวทางการเล่นของทีมชาติไทยในทันทีโดยสื่อดังกล่าว วิเคราะห์อย่างน่าสนใจว่า

แม้ทีมชาติจะยังไม่ปล่อยออกมา 100% เต็ม แต่ไทยก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ทีมชาติไทยยังคงน่ากลัวอยู่เสมอ และยังแสดงให้เห็นว่า การมา AFF ZUSUKI CUP 2018 ครั้งนี้พวกเค้าไม่ได้มาเล่นๆ

ทีมชาติไทยปีนี้เปรียบเสมือนกับ “เสือไร้กรงเล็บ” เพราะ 4 นักเตะตัวอันตราย ของทีมชาติไทยกำลังลงเล่นในลีกต่างประเทศ ได้แก่  (Consadole Sapporo / Japan), (Sanfrecce Hiroshima, Japan), (Vissel Kobe / Japan) และ  (OH Leuven, Belgium/ผู้รักษาประตู)

และการขาดตัวผู้เล่นดังกล่าวทำให้ ESPN จัดอันดับให้ไทยดูอ่อนกว่าด้วยซ้ำ ในการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งกลับกันความเห็นของ  กองหน้าของไทย ที่ไม่ได้คิดแบบนั้น และคิดว่าไทยจะจัดการกับเวียดนามได้

และเมื่อจบการแข่งขันระหว่าง ไทย และ ก็ทำให้หลายๆคนต้องคิดกันใหม่ เพราะแม้ “เสือ” ตัวนี้จะไร้กรงเล็บ แต่มันก็ยังเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่าอย่างเต็มตัว

ในความเป็นจริงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ติมอร์ เลสเต้ ถือว่าเป็นทีมที่ค่อนข้างอ่อน ด้วยตัวผู้เล่นที่ประสบการณ์น้อย แต่ถูกผลักให้รับแรงกดดันด้วยการลงเล่นกับไทย ที่มีฝีเท้าที่จัดว่าอยู่ในระดับสูง ด้วยเหตุนี้ทีมใหม่ของ  จึงทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ

เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบว่า การเผชิญหน้ากับทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะเค้าตั้งรับได้ดีและ ทะลวงแนวรับฝ่ายตรงข้ามได้ดีมาก และนี่คือรูปแบบพื้นฐานการเล่นของทีมชาติไทย ในวันที่ไร้นักเตะซุปตาร์

คำถามคือ “ทีมชาติไทย” ปล่อยของออกมาหมดรึยัง?

ไม่มีใครคิดแบบนั้นแน่นอน เพราะระหว่างเกมกับ ติมอร์ เลสเต้ พวกเค้าอยู่ในสถานะ “เตรียมล่า” นั่นหมายถึงเค้าจะเล่นให้หนัก ไม่เร่งความเร็วของเกม และรอให้ ติมอร์ เลสเต้ เข้ามาติดกับดักที่พวกเค้าวางไว้

ถึงกระนั้น พลังของทีมชาติไทยก็ยังเจิดจรัส และแสดงความน่ากลัวผ่านการโจมตีสวนกลับ การต่อบอลของไทยถือว่าน่ากลัวมากเพราะเพียงไม่กี่จังหวะบอลก็ถึงเท้า “อดิศักดิ์ ไกรษร” และกลายเป็นประตู อีกทั้งยังหลุดรอดจากกับดักล้ำหน้าได้อย่างสบาย

“อดิศักดิ์ ไกรษร”

ความเร็วของ “อดิศักดิ์ ไกรษร” และ “นูรูล ศรียานเก็ม” คืออาวุธร้ายของทีมชาติไทย มีอานุภาพทำลายล้างสูง ที่พร้อมจะพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง และทลายแนวรับที่อ่อนแอของฝ่ายตรงข้าม ที่ไม่ใช่แค่เพียง ติมอร์ เลสเต้ แต่หมายถึงแนวรับทั้งหมดของอาเซียน (รวมถึงเวียดนามด้วย)

“นูรูล ศรียานเก็ม”

“อดิศักดิ์ ไกรษร” คือนักเตะที่เราต้องจับตามอง เพราะเค้าได้แสดงให้เห็นแล้วว่า เค้าคือ “นักฆ่า” ตัวจริง เค้าทำประตูได้ 6 ประตู จากหลายรูปแบบ ในเกมที่พบกับ ติมอร์ เลสเต้ ทั้ง เท้าซ้าย เท้าขวา ลูกโหม่ง และลูกโทษ จากความสามารถในการประตูที่หลากหลาย มันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยที่ สื่อในอิตาลี ยังชื่นชมผลงานของ “อดิศักดิ์ ไกรษร”

แต่สิ่งที่สำคัญที่เราอยากจะเน้นย้ำคือแม้เค้าจะทำได้ดีมากแต่ “อดิศักดิ์ ไกรษร” ยังไม่ใช่ กองหน้าที่ดีที่สุดของไทยในขณะนี้ (แม้ “ธีรศิลป์ แดงดา” จะยังเล่นอยู่หรือไม่ก็ตาม) ตัวเค้าเป็นที่รู้จัก ตั้งแต่ ซีเกมส์ เมื่อ 2 ปีก่อน และเป็นกองหน้าตัวหลักของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 

ติมอร์ เลสเต้ อ่อนเกินไป ที่จะทดสอบแนวรับทีมชาติไทย และอย่าลืมว่าเค้ายังมี 3 ลูกครึ่งอย่าง  มิก้า ชูนวลศรี, ฟิลิป โรลเลอร์ และมานูเอล บีร์

เห็นได้ชัดว่าผลงานที่ผ่านมาของพวกเค้า กับ ติมอร์ เลสเต้ บอกกับพวกเราว่า พวกเค้าไม่ได้มาเล่นๆ ในการแข่งขัน AFF ZUSUKI CUP 2018 โค้ช มิโลวาน ราเยวัช จะใช้การแข่งขันรายการนี้ เป็นการทดลองทีม สำหรับชิงแชมป์เอเชีย 2019 ซึ่งมันจะทำให้ผู้เล่นในทีมมีความมุ่งมั่นมากขึ้น

และแน่นอนว่าพวกเค้าคงไม่อยากเสียตำแหน่ง “คิง ออฟ อาเซียน” ไปอย่างแน่นอน

เรื่องที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด ณ ขณะนี้

ที่มา – dantri